[ย้อนกลับ]


ชาวบ้านบางระจัน ( คนอ่าน 139389 คน) ( คนแสดงความเห็น 120 คน)

ประวัติศาสตร์ จารึก บันทึกไว้
มีเหล่าไทย ที่เป็นไท ในไพศาล
จารึกชื่อ เลือดเนื้อ ต้านภัยพาล
เรื่องเล่าขาน ตำนาน บางระจัน


แผ่นดินนี้ กูเกิด กูต้องสู้
ไม่อดสู สละชีพ เพื่อลูกหลาน
โดยไม่รู้ ความตาย จะแพ่วพาน
ถูกสังหาร สิ้นแล้ว บางระจัน


ถึงลูกหลาน เลือดเนื้อ ณ วันนี้
ผู้ยังมี ลมหายใจ อย่างสุขสันต์
รู้หรือไม่ อยู่ได้ เพราะใครกัน
ควรยึดมั่น บางระจัน เป็นบทเรียน


ฤาลืมแล้ว วีรกรรม ที่ทำไว้
ฤาลืมได้ การสูญเสีย ทุกแห่งหน
บางระจัน เป็นเพียงหนึ่ง ที่ทุกข์ทน
ไทยทุกคน ควรตระหนัก จักเข้าใจ


ประพันธ์โดย : ธรรมรัฐ


  ในปีพศ.๒๓๐๘ พระเจ้ามังระคิดจะตีกรุงศรีฯให้ได้ จึงส่งกองทัพซึ่งมีเนเมียวสีหบดีและ
มังมหานรธาเป็นแม่ทัพ ฝ่ายไทยพระเจ้าเอกทัศน์ขึ้นครองราชย์ต่อจาก พระอนุชา พระบิดา
คือ สมเด็จพระเจ้าบรมโกศ ก่อนที่พระบิดาจะสวรรคตได้ทรง ดำรัสไว้ว่า “ เจ้าฟ้ากรมขุน
อนุรักษ์มนตรี (พระเจ้าเอกทัศน์ หรือ ขุนหลวงขี้เรื่อน) นั้นโฉดเขรา ไร้สติปัญญา ถ้าได้
ครองแผ่นดินจะทำให้แผ่นดินเกิดภัยพิบัติ จึงมีรับสั่งให้ไปบวชเสียอย่ามายุ่งราชการแผ่นดิน ”

  ที่เมืองวิเศษชัยชาญมีคนไทยชื่อ นายแท่น , นายโชติ  , นายอิน  , นายเมือง ,
นายดอก (บ้านกลับ) , นายทองแก้ว(บ้านโพธิ์ทะเล) , ได้ช่วยกันสู้กับพม่าและฆ่า
พม่าตายไป ๒๐ คน แล้วหนีมาที่บ้านบางระจัน ได้ร่วมกับชาวบ้านบางระจันนิมนต์พระสงฆ์
พระอาจารย์ธรรมโชติ(วัดเขานางบวช) มาปลุกเสกคาถาอาคมให้หนังเหนียวมีกำลังใจสู้
ศึกกับพม่า ชาวบ้านรวมกันได้ ประมาณ ๔๐๐ คน มีหัวหน้าคือ ขุนสรรค์ พันเรือง
นายทองเหม็น  นายจันทร์หนวดเขี้ยว และนายทองแสงใหญ่ พม่ายก ทัพมาตีถึง ๗ ครั้ง
ด้วยกันก็มิอาจเอาชนะชาวบ้านบางระจันได้

 ทัพพม่ายกกำลังมาเสริมมีอาวุธสำคัญคือปืนใหญ่ ชาวบ้านบางระจันรับศึกไม่ไหวจึงส่ง
นายเมือง นายอิน เดินทางไปกรุงศรีอยุธยา เพื่อขอปืนใหญ่ แต่เมื่อไปถึงกลับได้รับการ
ปฏิเสธกลับมา ยามนั้นพม่าได้แต่งตั้งนายกองคนใหม่นามว่า สุกี้  เข้าตีบางระจัน ทัพสุกี้
ครั้งนี้มีกองปืนใหญ่มาด้วย บางระจันเอาปืนใหญ่เข้าสู้ ทั้งที่ร้าวอย่างไม่มีทางเลือก ชาวบ้าน
บางระจัน ทุกคนรู้ชะตากรรมว่า นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายของบ้านบางระจันแล้ว แต่ทุกคนก็สู้จน
ตัวตายไม่เสียดายชีวิต


 


 




แสดงความเห็นเพิ่มเติม           อ่านความคิดเห็นอื่น ๆ