[ย้อนกลับ]


เทพเสินหนง : บิดาแห่งการเกษตร ( คนอ่าน 139398 คน) ( คนแสดงความเห็น 26 คน)

    


 


       มนุษย์ในยุคดึกดำบรรพ์ไม่รู้จักทำการเพาะปลูกและ


เลี้ยงสัตว์พวกเขารู้จักแต่วิธีการหาอาหารมา


ประทังชีวิตอย่างง่าย เช่น ใช้ก้อนหินขว้างปา


สัตว์ป่า หรือใช้ไม้กระบองไล่ทุบกระต่ายป่า หมี


เมื่อล่าสัตว์ป่ามาได้พวกเขาจะลอกหนังทิ้ง แล้วนำเนื้อ


สัตว์เหล่านั้นมากินดิบ บางครั้ง พวกเขาก็ปืนขึ้น


ไปบนต้นไม้เด็ดผลไม้มากิน ชีวิตความเป็นอยู่ในยุค


นั้นจึงลำบากแร้นแค้นมาก มนุษย์มักจะประสบกับความ


อดอยากหิวโหยเป็นประจำ


        ต่อมา เทพเสินหนงถือกำเนิดขึ้นบนโลกมนุษย์ 


เขามีพละกำลังมหาศาล  สามารถใช้มือข้างเดียวถอนต้น


ไม้ต้นใหญ่ ขึ้นมาได้  วันหนึ่ง เขานำใบไม้


ใบหญ้าและเปลือกไม้ต่าง มาฟั่นเป็นเชือกที่แข็งแรง


มากเส้นหนึ่ง และใช้เชือกเส้นนั้นเป็นแส้   เขาหวดแส้


ไปตามพื้นดินเพื่อโกยต้นไม้ใบหญ้าทุกชนิดมากองรวม


กัน  จากนั้นก็ชิมดูว่าต้นไม้ใบหญ้าชนิดไหนกินได้


 ชนิดไหนกินไม่ได้  ในที่สุด เทพเสินหนงก็เลือกธัญพืช


ได้ ชนิด คือ ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวเจ้า ข้าวฟ่าง


ถั่วต่าง …


          เมื่อเลือกธัญญพืชที่มนุษย์กินเป็นอาหารได้แล้ว


เขาก็เรียกชาวบ้านมาประชุม และสอนให้ชาวบ้านรู้


จักทำการเพาะปลูกและรู้จักแยกแยะว่าพืชชนิดไหน


กินได้ ชนิดไหนกินไม่ได้


        ช่างบังเอิญเหลือเกิน หลังจากที่เทพเสินหนง


สอนชาวบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่


ชาวบ้านรีบนำเมล็ดพืชเหล่านั้นไปปลูกตามวิธีการที่


เสินหนงสอนไว้


        หลังจากหว่านเมล็ดพันธุ์พืชได้หลายวัน ฝนก็


ไม่ตกอีกเลย ต้นกล้ากำลังจะแห้งตาย ชาวบ้านจึงเดิน


ทางไปขอความช่วยเหลือจากเทพเสินหนงอีก


เทพเสินหนงถือแส้วิเศษไว้ในมือ แล้วหวดแส้ไปบน


พื้นดินบนพื้นดินก็ปรากฏบ่อน้ำใส ขึ้นหลายบ่อ


น้ำเหล่านั้นไหลเข้าไปในท้องนา  หล่อเลี้ยงต้นกล้า


ให้เจริญงอกงาม


          ใกล้จะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว  รวงข้าวสุกเหลือง


อร่ามทั่วท้องทุ่ง ขณะนั้นเอง ก็มีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง


ออกมาอาละวาดตามท้องไร่ท้องนา  สัตว์ตัวนี้มีเขาอยู่


บนหัว รูปร่างแข็งแรง มันวิ่งเข้าไปกัดกินธัญพืชในไร่


นาจนเสียหายยับเยิน  ชาวบ้านตกใจมาก รีบวิ่งไปขอ


ความช่วยเหลือจากเทพเสินหนงอีก  เทพเสินหนงเห็น


สัตว์ประหลาดตัวนี้เข้า ก็ทราบทันทีว่ามันคือปีศาจ


ควายที่หนีลงมาจากสวรรค์


        เทพเสินหนงใช้แส้วิเศษไล่หวดปีศาจควายเป็น


การใหญ่  ปีศาจควายตกใจกลัวจนวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน


มันหนีพลางกัดกินธัญญพืชไปพลาง   ขณะที่มันกำลัง


กัดต้นข้าวเกาเหลียงอยู่นั้นเอง  เทพเสินหนงก็ไล่มาทัน


พร้อมกับใช้แส้หวดปากของปีศาจควายจนเลือดไหล


ทะลักในเวลาต่อมา  ต้นข้าวเกาเหลียงจึงมีสีแดง


ตราบจนกระทั่งปัจจุบันนี้


          ปีศาจควายยังไม่สิ้นพยศ มันวิ่งเข้าไปในไร่ข้าว


กัดกินต้นข้าวเป็นการใหญ่  เทพเสินหนงไล่ตามมาติด


พร้อมกับจับเขาของมันไว้   ปีศาจควายดิ้นพราด


จนเขาของมันถูกบิดงอโค้ง มันวิ่งหนีออกจากไร่ข้าว


เข้าไปในไร่ถั่ว   เทพเสินหนงไล่ตามมาอีก พร้อมกับ


ใช้แส้หวดปีศาจควายดัง “เผียะ! เผลียะ!”   ฟันบน


ของเจ้าปีศาจควายถูกแส้หวดจนหลุดร่วงออกมาหมด  


 มันเจ็บปวดมาก ร้อง “มอ…มอ” และไม่กล้ากัดกิน


ธัญพืชอีก


        เทพเสินหนงจับปีศาจควายเอาไว้ แล้วใช้เชือก


สนตะพายจมูกของมัน มันจึงกลายร่างเป็นควายใหญ่


ดังเดิม แต่ว่าเขาของมันถูกเทพเสินหนงบิดจนงอโค้ง


ฟันบนก็ร่วงหมดปาก   เทพเสินหนงสั่งสอนปีศาจควาย


ว่า “นับแต่นี้ต่อไป เจ้าจงอยู่บนโลกมนุษย์ช่วยมนุษย์


ไถนาเถิด อย่าเกเรอีก ไม่เช่นนั้น ข้าจะเฆี่ยนตีเจ้าให้


ตายเสีย”


        ปีศาจควายมองดูแส้วิเศษในมือของเทพเสินหนง


ด้วยความหวาดกลัว   แต่ใจหนึ่งก็ยังอยากกินธัญพืชอีก


จึงเลียริมฝีปากอย่างตะกละตะกราม   แล้วกล่าวอย่าง


ไม่เต็มใจว่า “ก็ได้ แต่ว่าบนโลกมนุษย์นี้มียุง มีแมลง


ชุมมาก ข้าทนไม่ไหวดอก”


        เทพเสินหนงกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ข้าจะให้แส้


วิเศษไว้ปัดแมลงแก่เจ้าอันหนึ่ง”   พูดจบเทพเสินหนง


ก็นำแส้วิเศษของตนเสียบไว้ที่ก้นของเจ้าปีศาจควาย   


นับแต่นั้นมา ควายจึงมีหางคล้ายแส้ และมันจะใช้หาง


ของมันปัดแมลงที่มารบกวนมัน  แต่นั้นเป็นต้นมา


ปีศาจควายก็อยู่บนโลกมนุษย์อย่างเชื่อง   มันไม่


เคยกัดกินธัญพืชที่มนุษย์ปลูกไว้ และช่วยมนุษย์ไถนา


อย่างชื่อสัตย์เสมอมา


        มนุษย์รู้สึกขอบคุณเทพเสินหนงมากที่สอนให้


พวกตนรู้จักเพาะปลูก ทำให้ไม่ต้องประสบกับความ


อดอยากหิวโหยอีกต่อไป   ดังนั้น จึงยกย่องให้เทพ


เสินหนงเป็นเทพปรมาจารย์แห่งการเกษตร


 





แสดงความเห็นเพิ่มเติม           อ่านความคิดเห็นอื่น ๆ