[ย้อนกลับ]


สามก็ก (ตอนที่ 37 - 45) ( คนอ่าน 139424 คน) ( คนแสดงความเห็น 44 คน)

ตอนที่ 37 จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า


                            ครั้นโจโฉยกทัพมาถึงเมืองซงหยง เล่าจ๋องจึงออกมาคำนับ โจโฉจึงให้
เล่าจ๋องไปอยู่เมืองเฉงจิ๋ว ให้ชัวมอ เตียวอุ๋นเป็นนายกองทัพเรือฝึกทหารทั้งปวง แล้วโจโฉ
จึงส่งอิกึ๋มไปฆ่าเล่าจ๋องกับชัวฮูหยินเสียระหว่างทาง ครั้นบำรุงไพร่พลทหารเสร็จแล้วจึง
ยกกองทัพหลวงต่อไปยัง ณ เมืองกังเหลง ฝ่ายเล่าปี่เร่งเดินทางอยู่ ขงเบ้งจึงออกไปตาม
กวนอู ณ เมืองกังแฮอีกคน
                            ครั้นประมาณสามยามเล่าปี่ได้ยินเสียงโห่ร้องอื้ออึงมา เล่าปี่ก็ตกใจยก
ทหารสองพันเข้ารบด้วยโจโฉเป็นสามารถ เตียวหุยเห็นดังนั้นก็เข้าช่วยหักไปช่วยเล่าปี่
ทหารโจโฉจึงรุกไล่ฆ่าฟันอาณาประชาราษฎร์หลบหนีวุ่นวาย การโกลาหลยิ่งนัก ครอบครัว
เล่าปี่ถูกทหารไล่มาก็พลัดพรากกระจายไปกับชาวบ้าน เล่าปี่กับเตียวหุยก็ช่วยต้านทานเป็น
สามารถ แต่มิอาจสู้ได้เหลือทหารแต่ร้อยหนึ่ง แลครอบครัวราษฎรบาดเจ็บล้มตายยิ่งนัก
                            เล่าปี่กับเตียวหุยหลบหนีผ่านสะพานเตียงปันเกี้ยวไป ตัวเตียวหุยก็วก
กลับเข้ามายืนขี่ม้าถือทวนสกัด แต่เพียงผู้เดียว ทหารโจโฉสำคัญเป็นเตียวหุยก็เกิดกลัว
ไม่กล้าเข้าใกล้ ฝ่ายจูล่งซึ่งเล่าปี่ให้คุมครอบครัวตัวอยู่นั้น ตะลุมบอนอยู่ในทัพโจโฉ ตีตลบ
กลับแล้วตีหักไปอีก ตามหาตัวอาเต๊าบุตรเล่าปี่แลกำฮูหยิน บิฮูหยินภรรยาเล่าปี่ก็มิพบ
จนรุ่งสว่างจึงหักเข้าไปควานหาอีก พบชาวบ้านต้องอาวุธบาดเจ็บเป็นอันมาก แลเสียง
ร้องไห้อื้ออึงคะนึงไป พบนางกำฮูหยิน จึงพาออกมาถึงต้นสะพานแล้ววกกลับเข้าไปหา
อีกเป็นหลายตลบ พบบิฮูหยินบาดเจ็บอุ้มอาเต๊าอยู่ จูล่งรีบเข้าไปแล้วชวนให้รีบหนี
ฝ่ายนางบิฮูหยินรู้ว่าตัวบาดเจ็บจะเป็นตัวถ่วงจึงรั้นมิไป ฝากอาเต๊าให้จูล่ง แล้วตัวก็รีบ
กระโจนลงในบ่อที่อยู่ข้างๆตกลงไปตาย จูล่งเห็นดังนั้นจึงร้องไห้แลกลบปากบ่อเสียหวังมิ
ให้ทหารโจโฉพบ แล้วถอดเกราะเอาอาเต๊าไว้ข้างใน รบฝ่าหนีทหารโจโฉออกมาแต่เพียง
ผู้เดียว ฝ่ายทหารโจโฉเข้าล้อมสกัดเป็นอันมาก จูล่งก็รบฝ่าออกมารบพุ่งกันอลหม่านฆ่า
ทหารเอกแลทหารเลวโจโฉมากมาย โลหิตนั้นติดกายแลเกราะเป็นอันมาก จูล่งก็ขับม้า
รีบหนีไปถึงสะพานเตียงปันเกี้ยว ตัวจูล่งแลม้าที่ขี่ก็อ่อนแรงลง เตียวหุยจึงว่าเจ้ารีบขับ
ม้าพาบุตรไปให้เล่าปี่เถิด จูล่งก็ขับฝ่าไป เตียวหุยเข้าสกัดแลเห็นสัปทนกั้นมาข้างหลังก็
รู้ว่าโจโฉทัพหลวงมาถึงเอง จึงร้องตวาดด้วยเสียงอันดัง ทหารโจโฉก็กลัวมิกล้าเข้าใกล้
ทั้งเกรงในกลขงเบ้ง แล้วเตียวหุยก็ให้ชักกระดานสะพานเสียพาทหารกลับมาหาเล่าปี่
แลโจโฉสำคัญในกลจึงให้ทำสะพานแล้วยกทหารตามไป
                            ฝ่าเล่าปี่เห็นผงคลีฟุ้งตลบอยู่ แลเสียงโห่ร้องอื้ออึงคนึง ก็สำคัญว่าโจโฉ
ยกทัพมาถึงตัวแล้ว แลมิรู้จะหนีไปทางใด พอดีกวนอู เล่ากี๋ยกทหารข้ามเรือมาช่วยพอดีเข้า
ช่วยสกัดรบพุ่งทหารโจโฉ เล่าปี่เห็นดังนั้นก็มีความยินดียิ่งนัก ขงเบ้งจึงให้กวนอูไปอยู่เมือง
แฮเค้า ตัวเล่าปี่ ขงเบ้งไปอยู่กับเล่ากี๋ ณ เมืองกังแฮ ฝ่ายโจโฉนึกสำคัญว่ากลขงเบ้งจึงมิอาจไล่
ตีตามด้วยเกรงอยู่ แล้วไปอยู่ ณ เมืองเกงจิ๋ว สะสมพลทหารลือว่าได้ร้อยหมื่น

 


ตอนที่ 38 ขงเบ้งเจรจากับที่ปรึกษาซุนกวน


                            ฝ่ายซุนกวนรู้ว่าโจโฉยกมาเป็นการเอิกเริกยิ่งนัก จึงให้โลซกไปสืบราชการ
ณ เมืองเกงจิ๋ว ครั้นโลซกมาถึงก็เข้าแวะเยี่ยมเล่าปี่ ขงเบ้ง จึงได้สนทนากัน ฝ่ายขงเบ้งคิดยุ
ให้โจโฉกับซุนกวนผิดใจกัน จึงลาเล่าปี่ไปเข้าพบซุนกวน ณ เมืองกังตั๋ง
                            ครั้นมาถึงเมืองกังตั๋งโลซกก็จัดหาที่อยู่ให้ขงเบ้ง แล้วตัวโลซกเข้าพบ
ซุนกวน พบที่ปรึกษาแลนายทหารทั้งปวงเกี่ยงกันเป็นสามารถด้วยฝ่ายหนึ่งให้เข้าอ่อนน้อม
ด้วยโจโฉ อีกฝ่ายให้เข้าสู้รบเป็นสามารถ ฝ่ายซุนกวนด้วยเป็นคนเรรวนมิรู้จะทำประการ
ใดจึงนิ่งอยู่ พอดีโลซกว่าขงเบ้งมา ณ เมืองกังตั๋ง ซุนกวนมีความยินดีจึงเชิญขงเบ้งเข้ามา 
                            ครั้นขงเบ้งเข้ามาพบที่ปรึกษาซุนกวนหลายคน จึงเข้าสนทนาอยู่ ฝ่าย
เตียวเจียว ยีหวน โปเจ๋า ซีหอง ลกเจ๊ก เหยียมจุ้น เทียตก ผู้สนับสนุนให้ซุนกวนเข้าอ่อนน้อ
มด้วยโจโฉ ปะทะคารมกับขงเบ้งเป็นอันมาก แลแต่ละคนมิสู้ปากขงเบ้งก็เลยนิ่งอยู่ ครั้น
อุยกายพาขงเบ้งเข้าพบซุนกวน ขงเบ้งก็เข้ายุแหย่ซุนกวนให้สู้ด้วยโจโฉ ซุนกวนก็ยังเรรวน
อยู่มิรู้ทำประการใด ด้วยฝ่ายขุนนางเข้าด้วยเตียวเจียวให้เข้าอ่อนน้อมแก่โจโฉ แลฝ่ายทหาร
เข้าด้วยโลซกแลขงเบ้งให้รบด้วยโจโฉ จึงมิรู้ทำประการใด

 


ตอนที่ 39 ซุนกวนตัดสินใจรบด้วยโจโฉ


                            ซุนกวนก็มีความวิตกนัก พอดีนางงอก๊กไถ่ผู้เป็นแม่น้าจึงว่า ตอนที่ผู้พี่
เจ้าตายการข้างในให้ปรึกษาเตียวเจียว การข้างนอกให้ปรึกษาจิวยี่ ซุนกวนก็เพิ่งรำลึกถึง
จิวยี่ได้ก็มีความยินดีจึงเรียกจิวยี่เข้าไปพบเพื่อปรึกษา
                            ฝ่ายจิวยี่เข้าพบขงเบ้งแลโลซก จิวยี่จึงว่าให้อ่อนน้อมด้วยโจโฉ ฝ่าย
ขงเบ้งจึงเข้ายุแหย่จิวยี่ให้สู้รบ โดยอ้างว่าโจโฉมากังตั๋งต้องการสองนางไปบำเรอ ชื่อว่า
นางเสียวเกี้ยว กับนางไต้เกี้ยว จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็โกรธด้วยว่านางเสียวเกี้ยวเป็นภรรยา
ของตัวอยู่นั่นเอง แล้วเข้าพบซุนกวนเพื่อเสนอให้เข้าสู้โจโฉ ซุนกวนจึงตัดสินใจเด็ดขาด
ให้จิวยี่ถืออาญาสิทธิ์ทั้งปวงแล้วเข้ารบด้วยโจโฉ
                            ฝ่ายจิวยี่เห็นขงเบ้งหลักแหลมรู้น้ำใจคนจึงว่านานไปจะเป็นศัตรูต้อง
รีบกำจัดเสีย ครั้นอยู่มาเล่าปี่รู้ข่าวว่าซุนกวนตัดสินใจตีโจโฉจึงจัดแจงพลทหารสิ้นไปตั้ง
อยู่ ณ เมืองแฮเค้า จิวยี่จึงแสร้งทำอุบายเชิญเล่าปี่มาปรึกษาราชการที่เมืองกังตั๋งหวังลอบ
ฆ่าเสีย เล่าปี่จึงพากวนอูมาด้วย ทหารจิวยี่เห็นกวนอูจึงเกรงกลัวยิ่งนักมิอาจทำอันตราย
เล่าปี่ได้ ฝ่ายขงเบ้งรู้ว่าเล่าปี่มายังกังตั๋งจึงเข้าพบแล้วว่า เดือนอ้ายแรมห้าค่ำให้จูล่งมารับ
ณ ริมฝั่งแม่น้ำ แล้วเล่าปี่ก็ลากลับไป ณ เมืองแฮเค้า

 


ตอนที่ 40 ขงเบ้งยืมเกาทัณฑ์


                            ฝ่ายชัวมอ เตียวอุ๋นจัดแจงฝึกทัพเรือให้กล้าแข็ง ด้วยทหารโจโฉเป็น
ชาวเหนือไม่ชำนาญทางเรือ จิวยี่รู้ดังนั้นก็คิดอุบายกำจัดชัวมอ เตียวอุ๋นเสีย พอดีเจียวก้าน
ข้ามมายัง ณ กังตั๋งหวังเกลี้ยกล่อมจิวยี่เข้าด้วยโจโฉ จิวยี่เห็นได้ทีจึงทำทีเชิญเจียวก้านกิน
โต๊ะแล้วเผลอหลับไป ฝ่ายเจียวก้านนอนไม่หลับลุกขึ้นมา พบจดหมายที่ชัวมอ เตียวอุ๋นส่งมา
ให้จิวยี่ที่จิวยี่ปลอมไว้ สำคัญว่าจริงก็รีบแอบนำจดหมายกลับมาให้โจโฉ
                            ฝ่ายโจโฉครั้นได้เปิดอ่านแล้ว มิรู้เท่าทันกลจิวยี่ จึงเรียกให้ชัวมอ เตียวอุ๋น
ไปประหารเสีย จิวยี่แจ้งดังนั้นในอุบายก็มีความยินดีสิ้นวิตก ฝ่ายขงเบ้งรู้เท่าทันกลจิวยี่ จิวยี่
รู้ดังนั้นก็มีความริษยาขงเบ้งเป็นอันมาก คิดอุบายหาขงเบ้งเข้ามาแล้วว่าให้ช่วยทำเกาทัณฑ์
สิบหมื่นดอกในสิบวัน ขงเบ้งรู้ดังนั้นก็แจ้งว่า จิวยี่ปราถนาจะหาความผิดใส่ตัวเสียจะได้
ฆ่าเสีย จึงออกปากเพียงว่าจะได้ลูกเกาทัณฑ์ในสามวันเท่านั้น จิวยี่จึงนึกว่าขงเบ้งหลงใน
อุบายตัวเข้าแล้ว
                            ฝ่าขงเบ้งนิ่งเสียสองวันครั้นวันที่สามจึงชวนโลซกลงเรือ แล้วพาเรือเล็ก
ยี่สิบลำ ไปยังทัพโจโฉตอนดึก เรือแต่ละลำนั้นเต็มไปด้วยหุ่นฟางมัดสีดำเป็นอันมาก ขณะ
นั้นหมอกลงจัดฝ่ายโจโฉเห็นเรือแล่นเข้ามา ก็สำคัญว่าเป็นเรือข้าศึกก็ระดมยิงเกาทัณฑ์เข้า
ใส่เรือเป็นอันมาก มิเห็นว่าทหารมากแลน้อย ครั้นลูกเกาทัณฑ์เต็มฝั่งขงเบ้งก็ให้กลับแคมรับ
อีกฝั่งนึง จนเรือแต่ละลำเต็มไปด้วยเกาทัณฑ์จึงยกกลับ ได้เกาทัณฑ์ติดฟางมาเป็นอันมากนับ
ได้เกินสิบหมื่น จิวยี่เห็นดังนั้นก็ทอดใจใหญ่แล้วว่า ขงเบ้งมีสติปัญญาลึกซึ้งยิ่งนัก
                            พอดีขงเบ้งเดินเข้ามา จิวยี่จึงว่าทัพโจโฉยกทัพมาขนาดนี้เห็นจะหักโหม
เข้าไปก็จะขัดสน จึงว่าเรามีกลอุบายอยู่อันนึง ขงเบ้งจึงว่าให้เขียนกลอุบายลงฝ่ามือ ออกมา
ดูพร้อมกัน จิวยี่เห็นชอบ ครั้นเขียนเสร็จก็แบมืออกมาพบคำว่าเพลิงต้องกัน แล้วแต่ละคนก็
หัวเราะ จิวยี่จึงว่าอย่าให้การนี้แพร่งพรายไป

 


ตอนที่ 41 ขงเบ้งเรียกลมตะวันออก


                            ฝ่ายจิวยี่วิตกอยู่ด้วยหาคนไปสอดแนมฝ่ายโจโฉ อุยกายเห็นดังนั้นจึง
อาสาทำทีเป็นเข้าด้วยโจโฉ จิวยี่มีความยินดีนัก รุ่งเช้าจึงสั่งให้โบยอุยกายเสียทำทีให้เจ็บ
แค้น แล้วส่งงำเต๊กไปแต่งกลลวงโจโฉ โจโฉก็สำคัญเชื่อให้หาอุยกายเข้ามา ครั้นยังคลาง
แคลงใจอยู่ จึงหาผู้อาสาไปสอดแนมราชการที่เมืองกังตั๋ง ดูว่าเป็นจริงแลร้ายประการใด
ฝ่ายเจียวก้านเห็นดังนั้นจึงว่าตัวขออาสาไปสอดแนมอีกครั้ง ด้วยขอแก้ตัวซึ่งครั้งก่อนซึ่ง
ทำการพลาดไป โจโฉก็ยินยอมให้ไป
                            ครั้นเจียวก้านมาถึงจิวยี่ก็ทำทีเป็นโกรธแล้วให้ไปคุมไว้ ณ วัดเชิงเขา
ฝ่ายเจียวก้านมีความทุกข์ มิเป็นอันกินอันนอน พบบังทองเจียวก้านจึงเข้าไปคำนับแล้วว่า
ท่านนี้หรือคืออาจารย์ฮองซู มีความยินดีเป็นอันมากจึงเชิญไปพบโจโฉ ณ ค่ายโดยหารู้
ไม่ว่าต้องกลอุบายจิวยี่เสียแล้ว
                            ครั้นเจียวก้านพาบังทองมายังค่าย โจโฉก็มีความยินดีนักแล้วพาบังทอง
ไปชมทัพเรือ บังทองเห็นดังนั้นจึงแสร้งแนะนำให้ผูกเรือติดกันเข้าไว้ด้วยโซ่ตรวนเพื่อไม่
ให้ทหารเมาคลื่นระส่ำระสาย ด้วยเรือธรรมดานั้นโคลงเคลงทหารโจโฉไม่สันทัดจึงอาจ
เมาได้ง่าย โจโฉมิทันคิดก็มีความยินดีนัก แล้วให้เร่งทำการตามบังทองบอก แล้วบังทอง
ก็ลวงโจโฉว่าจะไปเกลี้ยกล่อมคน ณ เมืองกังตั๋งให้เข้าด้วยโจโฉ โจโฉมีความยินดีนักจึง
ให้ไป ฝ่ายเทียหยกจึงเข้าว่าให้เรือผูกติดกันฉะนี้หากข้าศึกใช้เพลิงเผาเสียก็จะมีอันตราย
เป็นมั่นคง โจโฉได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่าฤดูนี้เป็นเทศกาลแจ้งเห็นแต่จะมีลมว่าวแต่
ลมตะวันตกหากจิวยี่ใช้ เพลิงก็จะกลับเข้าไปเผาตัวเองเป็นมั่นคง
                            ฝ่ายจิวยี่แลเห็นปลายธงพัดมาจากต้นลม ณ ค่ายโจโฉก็สะดุ้งใจ จึงคิด
ว่าการที่คิดไว้เห็นจะไม่เป็นผล ด้วยลืมฉุกคิดถึงเรื่องลมเสีย ว่าแล้วก็อาเจียนโลหิตสลบ
ลงกับที่แล้วก็ป่วยอยู่ ฝ่ายขงเบ้งรู้ดังนั้นก็เข้าพบจิวยี่รู้ว่า ณ เดือนอ้ายแรมห้าค่ำจะเกิด
ลมสลาตัน จึงแสร้งว่าสามารถทำพิธีเรียกลมสลาตันได้ จิวยี่รู้ดังนั้นมีความยินดีที่ป่วย
อยู่ก็คลายลง
                            ครั้น ณ เดือนอ้ายแรมสามค่ำขงเบ้งก็ทำพิธี จิวยี่จึงให้อุยกายจัดแจง
กองทัพไว้ให้พร้อม รอลมมาจะยกทำการตีโจโฉทันที ถึงเวลาสองยามเศษได้ยินเสียงลม
จากทิศอาคเนย์อื้ออึงมา จิวยี่จึงมีความยินดีเห็นขงเบ้งมีสติปัญญาเป็นอันมากจึงส่ง ชีเซ่ง
เตงฮองไปฆ่าเสีย ฝ่ายขงเบ้งพอเรียกลมเสร็จแล้วก็หลบหนี ไปพบจูล่ง ณ ริมฝั่ง ฝ่ายชีเซ่ง
เตงฮองตามไปก็อาจสู้จูล่งได้ ครั้นขงเบ้งมาถึงก็ให้เล่าปี่ไปรอดักซุ่มตีทางหนีโจโฉ

 


ตอนที่ 42 โจโฉแตกทัพเรือ


                            ฝ่ายโจโฉนั้นตั้งใจคอยฝั่งอุยกายอยู่ตลอดเวลา ครั้นถึงเวลาเห็นอุยกาย
นำเรือเข้ามาใกล้ เทียหยกเห็นผิดสังเกตจึงว่าแก่โจโฉ โจโฉเห็นชอบด้วยจึงให้บุนเพ่งไป
ห้ามเรือเสียก่อน อุยกายเห็นได้ทีดังนั้นก็สั่งเรือเร่งเข้าไปจุดไฟขึ้น ครั้นลมสลาตันพัด
หนักกล้า ทหารโจโฉก็เข้าดับเพลิงมิทัน เรือที่ผูกติดกันแก้ไม่ได้ก็ถูกเพลิงวอดสิ้นเพลิงลาม
ติดเป็นหลายตำบล ทหารโจโฉก็วิ่งวุ่นวายไปการนั้นโกลาหลนัก ขณะนั้นทัพจิวยี่ จิวท่าย
ชีเซ่ง เตงฮองมาถึงก็ตีหักเข้าไป ทหารจิวยี่เข้าไปถึงไหน เพลิงก็ลุกติดขึ้น แลทหารโจโฉ
หนีมิทันต้องอาวุธเจ็บปวดล้มตายเป็นอันมาก ที่หนีมิทันก็ตายในกองเพลิงบ้าง ตกน้ำตาย
บ้าง
                            ฝ่ายโจโฉเห็นดังนั้นก็ตกใจขี่ม้าหลบหนีไปทางตำบลฮัวหลิมพบลิบอง
เล่งทองเข้าไล่ตีตามมา เตียวเลี้ยวกับซิหลงก็เข้าสู้เป็นสามารถมิได้แพ้ชนะกัน ซิหลงก็พา
โจโฉหนีต่อ พบกำเหลงดักทางอยู่จึงหนีไปทางหับป๋า
                            ครั้นหนีมาใกล้ตำบลฮัวหลิมพบจูล่งเข้าสกัดทางอยู่ เตียวคับ เตียวเลี้ยว
ก็เข้าช่วยป้องกันทางด้านหลัง แลทหารโจโฉทิ้งม้าแลศัสตราวุธเป็นอันมากแล้วโจโฉก็สั่ง
ให้รีบหนีไป ครั้นมาถึงตำบลโฮเลาก๊ก ก็ให้หยุดหุงอาหารอยู่ยังมิทันสุกได้กิน เตียวหุยก็
เข้าล้อมไว้ เคาทู เตียวเลี้ยว ซิหลง ก็เข้าป้องกันเป็นสามารถแล้วรีบหนีไป ทหารที่หนีมา
นั้นก็อิดโรยทั้งต้องอาวุธบาดเจ็บเป็นมากแลเห็นทางเข้าลำกุ๋น ก็หลงในกลขงเบ้ง เข้าไป
ทางน้อยแลทางนั้นแคบเดินลำบากนักโจโฉก็ให้เร่งให้เดินไป ครั้นพ้นซอกเขาโจโฉก็
หัวเราะขึ้นแล้วว่า หากขงเบ้งให้คนมาซุ่มอยู่ตรงนี้เห็นตัวจะมิรอดแน่ครั้นขาดคำได้ยิน
เสียงประทัด กวนอูถือง้าวคุมสกัดทางไว้ โจโฉเห็นจวนตัวจะมิรอดทหารที่มาก็เหลือเพียง
ร้อยเศษ จึงวอนกวนอูให้ปล่อยตัวให้พ้นภัย กวนอูนึกถึงครั้งสมัยที่โจโฉเลี้ยงดูตนนึกสงสาร
จึงหลีกทางให้โจโฉไป
                            ฝ่ายโจโฉหนีมาพบโจหยิน คิดยกกลับฮูโต๋ ให้โจหยินอยู่รักษาเมืองลำกุ๋น
แฮหัวตุ้นรักษาเมืองซงหยง เตียวเลี้ยวรักษาเมืองหับป๋า แล้วโจโฉก็จัดแจงทหารยกกลับไป
ฮูโต๋ ฝ่ายจิวยี่ครั้นรบมีชัยจึงยกกองทัพไปตั้งอยู่ที่ตำบลลิมกั๋ง หวังจะคิดอ่านไปตีเมืองลำกุ๋น

 


ตอนที่ 43 จิวยี่ไปเอาเมืองซงหยง


                            ฝ่ายจิวยี่รู้ว่าเล่าปี่ไปตั้งอยู่ ณ ปากน้ำเมืองอิวกั๋ง แล้วก็สะดุ้งตกใจ รู้ว่า
ขงเบ้งเห็นทีจะตัดหน้า ชิงเอาเมืองลำกุ๋นเสียเป็นมั่นคง จึงเชิญเล่าปี่มากินโต๊ะแล้วว่าหาก
เราตีเมืองลำกุ๋นก็ให้ท่านยกตีเสียเถิด เล่าปี่จึงตกปากรับคำ จิวยี่จึงยกไปตีได้ด่านอิเหลงแล
ยกมาถึงเมืองลำกุ๋น ถูกกลโจหยินตีพ่าย แลตัวจิวยี่ถูกลูกเกาทัณฑ์อาบพิษที่ขาซ้าย ทหารเข้า
ช่วยแก้ หมอจึงว่าให้ระงับความโกรธเสีย หากเมื่อใดมีความโกรธพิษเกาทัณฑ์จะกำเริบขึ้น
                            ฝ่ายจิวยี่ทำอุบายว่าถูกพิษเกาทัณฑ์กลุ้มขึ้นถึงแก่ความตาย ฝ่ายโจหยิน
สำคัญว่าตายจริงก็เชื่อเข้าปล้นค่ายจิวยี่ ถูกจิวยี่ซ้อนกลให้ล้อมสี่ด้านกระหนาบเข้ามา ตัวโจ
หยินสู้มิได้จึงถอยเสีย ครั้นจะกลับเมืองก็มิได้ด้วยกำเหลง เล่งทองสกัดทางไว้ จึงหลบหนี
ไปยังเมืองซงหยง ฝ่ายจิวยี่จึงพาทหารจะเข้าไปเมืองลำกุ๋น

 


ตอนที่ 44 เล่าปี่ชิงเอาเมืองตัดหน้า


                            ครั้นถึงเมืองลำกุ๋นขงเบ้งก็ให้จูล่งมาชิงเมืองตัดหน้าเสีย จิวยี่มีความคับ
แค้นใจเป็นอันมาก ด้วยว่าทำสงครามเสียลี้พลแลเสบียง สิ่งของเงินทองเป็นอันมาก อันตัว
เล่าปี่นั้นมิได้เสียเงินทองแลทหารเลย มาชุบมือเปิบเอาเมืองเห็นมิชอบ แล้วฉุกคิดว่าเมือง
เกงจิ๋ว ซงหยงเกลือกขงเบ้งจะแย่งชิงตัดหน้าเสียอีกจึงรีบยกทัพไป
                            ครั้นมาถึงรู้ว่าขงเบ้งแต่งอุบายให้กวนอู เตียวหุย ชิงสองเมืองนี้แล้ว
คับแค้นใจเป็นมาก ปราถนาฆ่าขงเบ้งเสีย พิษเกาทัณฑ์กลุ้มขึ้นมาจนจิวยี่สลบลง คนทั้ง
ปวงช่วยกันแก้ไข แล้วจิวยี่จึงเลิกทัพกลับไปเมืองฉองกุ๋น
                            ฝ่ายโลซกเข้าเจรจาด้วยเล่าปี่ ขงเบ้ง ขงเบ้งจึงอ้างว่าอันสามเมืองนี้เดิม
ขึ้นแก่เล่าเปียว ครั้นเราตีสามเมืองนี้ยกให้แก่เล่ากี๋นั้นตัวผิดด้วยหรือ โลซกจึงว่าหากเล่ากี๋ถึง
แก่ความตายก็ให้ยกสามเมืองนี้คืนแก่กังตั๋ง ขงเบ้งก็รับคำ
                            ฝ่ายเล่าปี่ใคร่ปราถนาที่จะครอบครองเมืองนี้ไว้เองจึงออกตีบุเหลง
เมืองเตียงสา เมืองฮุยเอี๋ยง เมืองเลงเหลงอันเป็นหัวเมืองฝ่ายใต้เพื่อสะสมไพร่พลแลเสบียง
เป็นกำลังต่อไป ได้ฮองตงแลอุยเอี๋ยนเป็นทหารเอก

 


ตอนที่ 45 เล่าปี่แต่งซุนฮูหยิน


                            ฝ่ายซุนกวนได้รบกับเตียวเลี้ยว ณ เมืองหับป๋ามาช้านานกว่าสิบครั้งก็ยัง
ไม่แพ้ชนะกัน ไทสูจู้เสนออุบายตีค่ายเตียวเลี้ยว เตียวเลี้ยวรู้ทันซ้อนกลไทสูจู้ได้ ตัวไทสู้จู้ถูก
เกาทัณฑ์เจ็บปวดเป็นหลายแห่งเห็นจะมิรอด ซุนกวนจึงคิดวิตกนักยกทัพกลับมาเมืองลำซี
ครั้นยกกลับมาไทสูจู้ก็ถึงแก่ความตาย ซุนกวนก็สงสารอยู่มิได้ขาด
                            อยู่มาเล่ากี๋ป่วยตายโลซกจึงเดินทางมาหาเล่าปี่ทวงเมืองเกงจิ๋วคืน ขงเบ้ง
จึงทำโกรธว่า หากการรบครั้งนี้ไม่มีเล่าปี่แลเราการก็คงมิสำเร็จ โลซกได้ฟังดังนั้นก็นิ่งอยู่
แล้วขงเบ้งจึงว่าหากเราไปรบตีเมืองเสฉวน ซึ่งขึ้นแก่เล่าเจี้ยงได้ก่อนจึงคืนเมืองให้ โลซก
ได้ยินดังนั้นก็คำนับออกมา
                            ฝ่ายโลซกกลับมาบอกจิวยี่ จิวยี่จึงโกรธแล้วว่าตัวนั้นนี้ซื่อนักที่ไหนจะได้
เมืองกลับมา อยู่มาจิวยี่รู้ข่าวว่ากำฮูหยินภรรยาเล่าปี่อีกคนตายเสียแล้ว จึงคิดอ่านทำอุบาย
เข้าว่าแก่ซุนกวนให้ยกน้องสาวแก่เล่าปี่ ล่อลวงเล่าปี่มาจับไว้ ซุนกวนเห็นชอบด้วย การนั้น
เป็นความลับอยู่ ฝ่ายขงเบ้งรู้ทันในอุบายจึงซ้อนกลให้เล่าปี่ไปด้วยจูล่ง ครั้นพอถึง จูล่งก็ให้
ปล่อยข่าวไปทั่วเมือง การรู้ข่าวถึงนางงอก๊กไถ่ผู้เป็นแม่น้าซุนกวน นางงอก๊กไถ่จึงเข้าไปต่อ
ว่าซุนกวน ว่าทำการอัปยศนักเห็นทีต้องจับแต่งงานเสียจริงๆ แล้วก็ให้จัดแจงให้เล่าปี่กับ
ซุนฮูหยินตามประเพณี
                            ฝ่ายเล่าปี่ก็หลงใหลในภรรยาแลสมบัติพัศถานที่ซุนกวนนำมาให้ก็หลง
ละเลิงไป มิมีใจคิดที่จะกลับเมืองเกงจิ๋ว จูล่งจึงใช้อุบายที่ขงเบ้งฝากมาให้ จึงลวงแก่เล่าปี่
ว่าโจโฉจะยกมาตีเกงจิ๋ว เล่าปี่มีความอาลัยยิ่งนัก ซุนฮูหยินจึงหนีตามเล่าปี่มา ณ เมืองเกงจิ๋ว
ทหารจิวยี่ก็ตามมามิทัน แลตัวซุนกวนนั้นอัปยศนัก ทั้งเสียน้องสาวไปให้แก่เล่าปี่



แสดงความเห็นเพิ่มเติม           อ่านความคิดเห็นอื่น ๆ