[ย้อนกลับ]


สังข์ทอง ( คนอ่าน 139406 คน) ( คนแสดงความเห็น 1577 คน)






























































































































































































ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาพระองค์หนึ่ง นามว่า ท้าวยศวิมล ครองเมืองยศวิมล มีมเหสีชื่อนางจันท์เทวี มีพระสนมชื่อนางจันทา นางจันทาอิจฉานางจันท์เทวีที่เป็นมเหสี จึงหาทางกลั่นแกล้ง เมื่อนางจันท์เทวีทรงครรภ์และประสูติพระโอรสออกมาเป็นหอยสังข์ นางจันทาจึง ยุยงให้โหรทำนายว่า พระโอรสในหอยสังข์จะทำให้บ้านเมืองวิบัติล่มจม ท้าวยศวิมลจึงจำใจขับนางจันท์เทวีพร้อมลูกน้อยหอยสังข์ออกจากเมืองตามคำเพ็ดทูลของโหร และคำยุยงของนางจันทา ทั้งที่ยังรักและอาลัยนาง เหตุการณ์นี้ สร้างความสะเทือนใจให้นางจันท์เทวีเป็นอย่างยิ่ง ดังเนื้อความตอนหนึ่งว่า
 
ว่าพลางยกเอาลูกน้อย น้ำเนตรหยดย้อยดังฝอยฝน
ร้องทูลพระองค์ทรงสกล น้องคนมีกรรมจะขอลา
ดูรูปจำร่างเสียยังแล้ว พระแก้วจะไม่ได้เห็นหน้า
จะไม่คืนคงอย่าสงกา มิได้รองฝ่าพระบาทไป
สิ่งใดเมียได้พลาดพลั้ง แต่หลังให้ขัดอัชฌาสัย
เมียขอสมาอาภัย อย่าได้เป็นเวราเลย
ให้พ่ออยู่ยืนได้หมื่นปี โรคาอย่ามีพ่อคุณเอ๋ย
ไม่เยี่ยมม่านทองดูน้องเลย ทำเฉยเสียได้ไม่นำพา
นิ่งได้ให้เขามาสั่งเสีย ตัดเมียเสียได้ไม่ดูหน้า
ว่าแล้วนางแก้วบังคมลา สาวใช้ซ้ายขวาก็ตามไป
คอยอยู่เถิดเจ้านางสาวศรี บุญน้อยแล้วมิอยู่ด้วยได้
ข้าได้เรียกขานวานใช้ อภัยอย่าได้เป็นกรรมกัน
ว่าพลางนางอุ้มลูกยา จันทาพยักหน้านางสาวสรรค์
เดินทรงโศกามาพลัน กำนัลจันทาก็พาไป
 
บัดนั้น เสนีที่ร่วมอัชฌาสัย
รับเอาโฉมงามทรามวัย สาวใช้ขึ้นไปยังในวัง
กินเหล้าเมาโป้งโฉงเฉง ไม่เกรงไม่ขวยด้วยโอหัง
เชิญแม่มาไปให้พ้นวัง รับสั่งจะช้าอยู่ว่าไร
ทำให้คนยากลำบากด้วย คราวรวยหาทักรู้จักไม่
ที่มีปัญญาก็ว่าไป นี่พูดอะไรไม่ต้องการ
ว่าพลางเชิญนางลงนาวา มิช้าบ่ายบากจากสถาน
ทางสิบห้าวันกันดาร พ้นบ้านไกลที่ไม่มีคน
ครั้นถึงจึงส่งนางเทวี ดูน่าปรานีระเหระหน
เสนีที่ได้กินสินบน ขัดสนด้วยคนเขามากมาย
จะฆ่าเทวีก็มิได้ มารยาว่าไปดังใจหมาย
ไหนไหนไม่พ้นเป็นคนตาย จะลองดาบกรายเล่มนี้ดู
เพื่อนกันช่วยฉุดยุดไว้ ผิดไปไม่ได้อย่าจู่ลู่
ตามกรรมตามเวรนางโฉมตรู จู่ลู่จะพากันวุ่นวาย
ไม่คิดถึงตัวกลัวกรรม เวรามาทำเองง่ายง่าย
ถึงชั่วดีเล่าเจ้าเป็นนาย จะทำผิดคิดร้ายก็ไม่ดี
กลับไปบ้านเราจะดีกว่า ว่าพลางทางลานางโฉมศรี
ที่ใจเมตตาปรานี บ้างข้าวของมีก็ให้ทาน
แล้วออกนาวาคลาไคล ดูไปใจหายน่าสงสาร
ฝ่ายว่าเสนีที่เป็นพาล งุ่นง่านไม่ไหว้ไม่ลาใคร
 
เมื่อนั้น มเหสีโศกาอยู่ป่าใหญ่
ขึ้นมาจากท่าชลาลัย ไม่รู้ที่จะไปแห่งใดเลย
เดินพลางทางอุ้มลูกพลาง เห็นทุกข์แม่บ้างพ่อสังข์เอ๋ย
บุกป่าฝ่าไพรแม่ไม่เคย เพราะกรรมทรามเชยเจ้าเกิดมา
เป็นคนหรือจะได้มาเป็นเพื่อน มีเหมือนไม่มีโอรสา
ทั้งนี้เพราะอีจันทา กับอ้ายโหรามันรู้กัน
ทั้งอีสาวศรีมันร่วมใจ มันเร่งรัดให้แม่ผายผัน
ทั้งอ้ายเสนาจะฆ่าฟัน อัศจรรย์ใจแม่นี้แน่แล้ว
พระร่วมห้องของน้องยังอาลัย เหตุไรไม่เกรงทูลกระหม่อมแก้ว
พ่อหลงกลมนตร์มันแน่แล้ว เดินพลางนางแก้วก็โศกี
เสียงเสือแรดช้างกวางทราย ใจหายอกสั่นขวัญหนี
เล็ดลอดกอดลูกเข้าโศกี เทวีอุ้มสังข์ดำเนินไป
 
เดินมา สุริยาร้อนแรงแสงใส
แลเห็นบ้านป่าพนาลัย โฉมยงดีใจเข้าไปพลัน
พบสองเฒ่าปลูกถั่วงา นางนั่งวันทาขมีขมัน
ฝ่ายว่าสองราดูหน้ากัน ยายถามตานั้นทันใด
ตานี่ดีร้ายจะไม่ตรง มั่นคงกูคิดหาผิดไม่
นัดแนะกันมาหรือว่าไร ตาเอาใจออกนอกกัน
น้อยหรือนั่นรูปร่างอย่างกินนร ยายค้อนตาผัวจนตัวสั่น
ฝ่ายตาโกรธยายเอาไม้รัน มึงเห็นสำคัญด้วยอันใด
คราวลูกคราวหลานก็ไม่ว่า มันบ้าอย่าถือแม่ข้าไหว้
มาแต่ตำบลหนใด บอกให้แจ้งใจยายตา
นางเล่าแต่ต้นจนปลาย ตายายพาไปยังเคหา
จัดเหย้าเรือนให้มิได้ช้า ด้วยความเมตตาปรานี



แสดงความเห็นเพิ่มเติม           อ่านความคิดเห็นอื่น ๆ